วิกฤตแรงงาน จากการนำ AI มาแทนที่ กับทางรอดคนไทยในยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี

AI for Business Leaders

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ (What you’ll learn)

วิกฤตแรงงานอาจเกิดเร็วขึ้น 10 ปี ?
1. กลุ่มอุตสาหกรรมเสี่ยง
2. แนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
สรุปวิกฤตแรงงาน

 

วิกฤตแรงงาน 10 ล้านคนที่จะตกงานภายในปี 2580 อาจเกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนดเดิมถึง 10 ปี
คือ ขยับเข้ามาเป็นปี 2570 ซึ่งก็คือ ปีหน้าที่จะถึงนี้แล้ว เกิดจากปัจจัยหลัก คือ ความเร็วในการพัฒนาและการเข้ามาของเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะ AI หุ่นยนต์ (Robotics) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างการจ้างงานในปัจจุบัน ดังนั้น แรงงาน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ จะต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในยุคที่ AI กำลังจะครองเมือง

 

1. กลุ่มอุตสาหกรรมที่เสี่ยงถูกแทนที่ และได้รับผลกระทบมากที่สุด

  • อุตสาหกรรมยานยนต์และห่วงโซ่อุปทาน (Automotive Supply Chain): เป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีชิ้นส่วนน้อยลงมาก ทำให้แรงงานในสายการผลิต อะไหล่ และวิศวกรฝีมือดีอาจหายไปจากตลาด มีการประเมินว่าแรงงานในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทยประมาณ 200,000 ถึง 1 ล้านคนเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบหากไม่ปรับทักษะ
  • กลุ่มงานดิจิทัลและผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ (Digital & Content Creator): ผู้ที่ทำงานในสายนี้หากมีทักษะต่ำกว่าระดับปานกลาง มีโอกาสสูงมากที่จะถูก AI เข้ามาทำงานแทนที่ได้เกือบทั้งหมดในปัจจุบัน
  • ภาคบริการและงานปฏิบัติการทั่วไป: มีแนวโน้มถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ (Humanoid) มากขึ้น เช่น พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานทำความสะอาด พนักงานเสิร์ฟ หรือแม้แต่หุ่นยนต์พยาบาล ซึ่งหากธุรกิจเปลี่ยนโมเดลไปใช้หุ่นยนต์แทนคน แรงงานกลุ่มนี้จะเสี่ยงตกงานทันที

 

2. แนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

การปรับตัวจำเป็นต้องทำทั้งในระดับนโยบายและระดับปัจเจกบุคคล เพื่อรับมือกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะ “สองขั้ว” (Two-pole growth) คือกลุ่มทักษะเฉพาะทางที่จะมีรายได้สูง และกลุ่มทักษะทั่วไปที่จะมีรายได้ลดลง

2.1 สำหรับแรงงานและคนทำงาน:

  • ต้องมีทักษะการใช้ AI: เป็นทักษะที่จำเป็นที่สุดในขณะนี้ นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญในเนื้องานหลักแล้ว คุณจะต้องมีความสามารถในการ “นำ AI มาประยุกต์ใช้ในงานของตนเอง” ได้ด้วย ตลาดแรงงานปัจจุบันยังคงมีความต้องการสูงในกลุ่มงานที่ใช้ประโยชน์จาก Data, Cloud Computing และเทคโนโลยีเฉพาะทาง โดยตำแหน่งงานอย่าง Data Scientist หรือ Data Engineer กำลังเป็นที่ต้องการ จะมีฐานเงินเดือนเริ่มต้นที่สูงถึง 70,000–80,000 บาท ซึ่งสวนทางกับเงินเดือนเด็กจบใหม่ในสายงานทั่วไปที่จะมีฐานเงินเดือนเริ่มต้นลดลง
  • เน้นพัฒนาทักษะที่ AI ทำไม่ได้ (Soft Skills): เพื่อให้มนุษย์ยังคงมีคุณค่าเหนือกว่าหุ่นยนต์และ AI การมีทักษะทางสังคมและอารมณ์จึงเป็นตัวแปรสำคัญ ทักษะเหล่านี้ได้แก่ ทักษะการสื่อสาร ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น และทักษะการคิดวิเคราะห์แยกแยะ
  • ทักษะด้านภาษา: ความสามารถด้านภาษาอังกฤษถือเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐาน แต่ในปัจจุบันหลายบริษัทเริ่มมองหาและให้ค่าตอบแทนพิเศษสำหรับผู้ที่มีทักษะ ภาษาที่ 2 และภาษาที่ 3 เพิ่มเติม

 

2.2 สำหรับภาคธุรกิจ: จำเป็นต้องลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ (GDP ต่ำกว่า 2% หรืออาจจะเหลือแค่ 1.5%) และโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ทำให้องค์กรต่างๆ ปรับตัวโดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยงานมากขึ้น และลดการจ้างงานประจำลง เปลี่ยนเป็นจ้างแบบสัญญาจ้าง (Contract) หรือ Outsource แทน

 

2.3 สำหรับภาครัฐและนโยบายระดับประเทศ:

  • ส่งเสริมจุดแข็งที่ AI ทดแทนไม่ได้: รัฐควรหันมาสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนและอุตสาหกรรมที่ใช้ทักษะเฉพาะของมนุษย์ ซึ่งเทคโนโลยีเลียนแบบได้ยาก โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของคนไทยที่ AI ยังไม่สามารถมอบประสบการณ์ทดแทนได้สมบูรณ์ในขณะนี้
  • มาตรการชะลอการแทนที่: รัฐบาลควรพิจารณาออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมไม่ให้ภาคธุรกิจนำเทคโนโลยีหรือ AI เข้ามาแทนที่คน “เร็วเกินไป” จนแรงงานปรับตัวไม่ทัน เป้าหมายคือเพื่อชะลอการเลิกจ้างและซื้อเวลาให้แรงงานได้มีโอกาส ยกระดับทักษะ (Upskill) และปรับทักษะ (Reskill) ให้พร้อมสำหรับตลาดงานรูปแบบใหม่เสียก่อน
  • ปฏิรูปโครงสร้างตลาดและกระจายรายได้ที่เป็นธรรม: เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงให้แรงงานฐานราก รัฐจำเป็นต้องจัดการกับตลาดที่ไม่เป็นธรรม อาทิเช่น
  • จัดการเรื่องการผูกขาดและปัญหาจากพ่อค้าคนกลาง ควบคุมราคาและกลไกตลาดเพื่อให้รายได้กระจายไปถึงมือเกษตรกรและผู้ผลิตต้นน้ำอย่างแท้จริง
  • ปกป้องผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้ทุนใหญ่หรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ (Superstore) เข้ามาทำลายธุรกิจขนาดเล็กในชุมชน ซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญ
  • กระจายอำนาจการบริหารสู่ท้องถิ่น โดยเน้นที่การสร้างความสามารถในการบริหารจัดการ (Capability Building) ให้กับท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงแค่การแจกเงินงบประมาณลงไปเพียงอย่างเดียว เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและเกิดการจ้างงานที่ยั่งยืน

 

จากการที่วิกฤตแรงงาน 10 ล้านคนเสี่ยงตกงานเร็วกว่าเดิมถึง 10 ปี เนื่องจากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ AI ที่จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ทั้งในภาคการผลิตและบริการ  ทางรอดสำคัญคือ การที่ภาครัฐจะต้องส่งเสริมเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงควบคุมความเร็วในการใช้เทคโนโลยีที่จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ และในส่วนของแรงงานเอง ก็ต้องเร่งพัฒนาทักษะการใช้ AI ควบคู่กับการพัฒนา Soft Skills เพื่อให้ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาด

เราให้คำปรึกษาและโซลูชัน AI Assistant ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กรคุณ เรียนรู้เพิ่มเติม

อัลบั้มภาพ
แชร์ Blog
Facebook
X | Twitter
WhatsApp
Threads
Email